“กูรู GPS เรือ” ส่งหลักฐานชุดเดิมเมื่อ 3 ปีก่อน “คดีแตงโม” ให้ดีเอสไอ วันนี้ (18 ก.พ.) เวลา 13.50 น. ด้านหน้าห้องประชุม ชั้น 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายกิตติภัฎ ธนาสนธิราช อายุ 54 ปี หรือ “อู๊ด” ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่อง GPS เรือ พร้อม นายวิชชุพันธ์ จิตภักดี อายุ 34 ปี ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนข้อเท็จจริงคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม นายกิตติภัฎ เปิดเผยหลังให้ข้อมูลดีเอสไอ ประมาณ 4 ชั่วโมง ว่า ตนเดินทางมาพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะพยานและยืนยันให้การเหมือนเดิมกับเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ว่าตนเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีแตงโมได้อย่างไร มาทำเรื่อง GPS เรือและมีใบรับรองได้อย่างไร ทั้งนี้ ได้ส่งสำนวนต้นฉบับชุดเดิมกับเมื่อ 3 ปีก่อนที่ทำร่วมกับบริษัท GPS เรือ (บริษัท แนฟเกียร์ จำกัด) ส่งให้ทั้งตำรวจและดีเอสไอ นายกิตติภัฎ เปิดเผยว่า สำหรับ Marine Gps จะใช้ดูเส้นทางน้ำ การหันหัวเรือในทิศทางใด จอดหยุดนิ่งตรงจุดไหนในแม่น้ำ และอยู่ที่ความลึกของแม่น้ำเท่าไหร่ เวลาไหนรวมถึงความเร็วในการแล่นเรือดังกล่าว ซึ่งหากเปรียบเทียบกับ GPS ของนายเอกราช นามโภคิน โปรแกรมเมอร์ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และวิเคราะห์ระบบ GPS มีลักษณะไม่เหมือนกันเพราะทำจากกูเกิ้ลหรือบนบก โดยตนนำหลักฐานเส้นทางเดินเรือต่างๆ ส่งให้ ดีเอสไอ นำไปใช้เปรียบเทียบทั้งหมดแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเรือ กรณีเรื่องใบพัดเรือจะมีเซ็นเซอร์หากมีวัตถุกระทบจะหยุดการทำงานนั้น นายกิตติภัฎ ระบุสั้นๆ ว่า อยู่ในสำนวนของดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยได้ ด้าน นายวิชชุพันธ์ กล่าวว่า สำหรับ พยานเข้ามาให้ข้อมูลกับดีเอสไอ เนื่องจากมีสื่อบางสำนักได้พาดพิงว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้าน GPS เรือและชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเอง รวมถึงเป็นผู้มีประสบการณ์ทางด้านเรือและ GPS มากว่า 30 ปี อีกทั้ง ยืนยันไม่มีการแก้ไข GPS ตามที่เสนอข่าวออกไป และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของแตงโม นายวิชชุพันธ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนสำนวนคดีแตงโม ต้องแยกออกเป็น 2 สำนวน คือ 1.สำนวน สภ.เมืองนนทบุรี และ 2.สำนวนของดีเอสไอ โดยเมื่อ 3 ปีก่อนให้ข้อมูลแค่เพียง สภ.เมืองนนทบุรี ส่วนดีเอสไอเพิ่งเดินทางมาให้ข้อมูลเป็นครั้งแรก ซึ่งการให้ข้อมูลหลักๆ ของทั้ง 2 หน่วยงานแห่งมีความคล้ายกัน เช่น การทำงานของเรือ GPS ลักษณะของเครื่องยนต์ และเรื่องเรือต่างๆ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวน ดีเอสไอ ได้เรียกสอบปากคำ พ.ต.ต.ปภิณวิช รอดบางยาง ลูกชายอดีต สว. ซึ่งเป็นเจ้าของเรือลำเกิดเหตุ เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ แต่ในระหว่างที่กำลังสัมภาษณ์ นายกิตติภัฏ ธนาสนธิราช หรือ อู๊ด ผู้เชี่ยวชาญด้าน GPS ปรากฏว่า พ.ต.ต.ปภิณวิช ซึ่งเป็นผู้ที่ขายเรือให้กับ นายปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ ได้ชิ่งเดินออกจากห้องสอบสวนไปโดยที่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด หลังจากที่ใช้เวลาให้ข้อมูลกับหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนเกือบ 5 ชั่วโมง

