(มีกล้องวงจร)
พี่ชายประกาศจับน้องชายหลังติดยาก่อเหตุลักทรัพท์จยย.ในหลายพื่นที่แม้แต่แม่ยังไม่เว้น
นนทบุรี เมื่อวันที่ 12 กพ.2568 ที่ สภ.บางใหญ่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายขุนพล หากะวี อายุ 43 ปีร้องผ่านสื่อแจ้งจับนายธวัชชัย หากะวี หรือ โจ อายุ36 ปี น้องชายแท้ๆของตนหลังติดยาก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ถูกจับติดคุกมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังไม่หลาบจำทำเป็นอาชีพไม่เคยทำงานเริ่มขโมยของตั้งแต่อายุ 14 ปีผ่านมา 16 ปียิ่งก่อเหตุเยอะขึ้นแม่ต้องหนีออกจากบ้านไปอยู่ต่างจังหวัด
นายขุนพล หากะวี ซึ่งเป็นพี่ชาย นายธวัชชัย หากะวี หรื โจ ซึ่งเป็น(ผู้ก่อเหตุ) กล่าวว่า โจ น้องชายของตนไม่เคยทำงานตั้งแต่เด็ก อาจจะเป็นความผิดที่แม่ด้วย ซึ่งโจก่อเหตุขโมยรถ ตั้งแต่อายุ 14 ปี รวมๆไม่ต่ำกว่า 20 คัน โดนจับมาแล้ว 7 รอบ แต่ละครั้งติดคุกแค่ 1 ปีกว่าๆและออก ซึ่งถูกจับขโมยของและเรื่องเสพยา ตนก็ไม่โอเคเลยที่น้องชายตนมาทำแบบนี้ ตนสงสารผู้เสียหายทุกคนที่โดนโจน้องชายของตนขโมยของต่างๆแม้กระทั้งกับแม่ โจยัง จี้ ปล้น แม่ ขโมยรถแม่ไปขายอีก แม่ต้องเป็นหนี้เขา 2.4 แสนบาท ซึ่งโจไม่เคยอยู่บ้าน เร่ร่อนไปเรื่อยขโมยอะไรได้ก็ขโมย จะอยู่เป็นห้องเช่ารายวัน ตนแค้นโจมากคือ ขโมยรถยนต์ของแม่ไปขาย 2 คัน และเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาโจก็เอารถยนต์ 3 ไปจำนำ 4 หมื่นบาท แม่ก็เพิ่งไปเอาออกมา ตนก็ยังเคยโดนน้องชายตัวเองทำเลย ทุกวันนี้แม่ตนก็ไม่อยู่บ้านเพราะกลัวเลยหนีไปอยู่ ตจว. ครั้งสุดท้ายที่โจ มาคือขู่แม่ว่าถ้าแม่ไม่ให้อย่าให้โจเกเรมากกว่านี้เลย ยังมีวีรกรรมชอบจี้คนงานในตลาด ซึ่งลูกน้องของตนก็เคยโดนจี้ได้เงินไป 2,000 บาท ไปขู่เขาว่ามีปืนแต่จริงๆไม่มี คนที่ได้ยินก็กลัวเพราะคิดว่ามีปืนจริงก็รีบให้ ซึ่งทุกวันนี้ตนก็ตามหาตัวโจ ดูรถเพราะตนรู้ว่าโจขโมยรถคันไหนไปบ้าง จนโดนเจ้าของเกสเฮ้าส์ด่ามาว่ามาทำไมบ่อยๆ ตนเข้าใจสถานที่เขาที่ตนทราบเพราะมีผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สภ.บางใหญ่ วันนั้นตนมาที่สภ.พอดีซึ่งตนได้ยินผู้เสียหายโทรไปหาแม่
ว่าโดนโจขโมยรถ จยย.ไป และมีเพื่อนๆที่เห็นตามในเฟสบุ๊คแล้วรู้ว่าเป็นโจ น้องชายตนเขาก็ทักมาบอก ซึ่งขโมยไปทั่วไปขโมยยัน จ.ภูเก็ตก็มี ประชาชนคนไหนถ้าเจอคนในรูป ชื่อโจ นายธวัชชัย หากะวี ซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆของตน ซึ่งไปก่อเหตุลักขโมยรถในหลายพื้นที่ แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยเพราะเป็นบุคคลอันตรายไปที่ไหนก็ขโมยทุกอย่าง อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยจับให้ได้โดยเร็ว
นายเบญจพล บุญอ้อม อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นเพื่อน นายโจ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา นายโจยืมรถตนไปหาแม่ ด้วยความเชื่อใจในระดับหนึ่งตนก็เลยให้ไป เพราะอยู่ใกล้ๆเอง พอผ่านไปประมาน 10 นาทีตนก็เริ่มเอะใจ ตนจึงรอไปอีกประมาน 30 นาที ก็ยังไม่มาตนก็เริ่มมือสั่น ทำตัวไม่ถูกและโทรแจ้งความทันที ทุกวันนี้ก็ติดต่อไม่ได้เพราะครั้งสุดท้ายที่เจอคือแบตโทรศัพท์ของเขาหมด และถอดซิมออก ซึ่งของของตนเช่นพวกโทรศัพท์ที่ตนเอาไว้บนรถเขาก็เอาไปหมด ซึ่งมารู้ทีหลังว่า นายโจ เป็นขโมยที่เพื่อนๆตามหาตัวอยู่ และเพื่อนในกลุ่มโดนนายโจขโมยของไปหลายคน ก็ฝากบอกว่าถ้าทำอีกและท้าตนจับได้จะไม่มีแขนขามาทำแบบนี้อีกแน่ๆเพราะเข้าไปในคุกก็ไม่จำหรอก คนดัดสันดานแบบนี้ไม่ได้ ต้องพิการจะได้เอาเงินคนพิการไปหาเลี้ยงชีพตัวเอง
น.ส.หลิน อายุ 23 ปี เพื่อนนายโจ และเป็นผู้เสียหายเล่า เมื่วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา
ตนได้ไปเที่ยวกับนายโจซึ่งเป็นเพื่อนและช่วงเวลา 01.30 น.ตนและนายโจได้เช่าห้องรายวันนอนชื่อห้องพักเกสต์เฮ้าส์เพราะดึกแล้วิยู่ในพื้นที่บางใหญ่
ตนได้จอดรชถ จยย.PCX150
สีขาวแดง ทะเบียน 9กภ394 กทม.เอาไว้ที่หน้าห้องพักแล้วชึ้นไปนอนก้บนายโจพอช่วงสายตื่นมานายโจหายออกจากห้องไปตนดูกระเป๋าสะพายของตนกัญแจรถ จยย.หายไปพร้อมกระเป๋าสตางค์พร้อมเอกสารต่างๆและโทรศัพท์มือถือยี่ห่อ iPhone 16 pro max หายไป
เบื้องต้นทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนตามพื้นที่เกิดเหตุเพื่อติดตามตัวนายธวัชชัย หากะวี หรือโจ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป