กองปราบตามรวบหนุ่มรับจ้างบัญชีเปิดม้าจากฝั่งปอยเปต ร่วมกับแก๊งคอลฯแต่งตำรวจหลอกนักศึกษาคดีฟอกเงินสูญเงินกว่า 5 แสนบาท กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ.รรท.ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร, พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก, พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา รอง ผกก.2 บก.ป., เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายคุณวุฒิฯ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 388/2567 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2567 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อนตน หรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” สถานที่จับกุม หน้าสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถนนกำแพงเพชร แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร สืบเนื่องจากช่วงเดือน กรกฎาคม 2567 ผู้เสียหายอายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง ได้รับโทรศัพท์ของคนร้ายซึ่งอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี แจ้งว่าบัญชีของผู้เสียหาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไว้ ให้ผู้เสียหายโอนเงินไปตรวจสอบ พร้อมทั้งข่มขู่ไม่ให้บอกใคร และให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนในไลน์ของ สภ.เมืองราชบุรี มีการเปิดกล้องคุยกับผู้ชายใส่เครื่องแบบตำรวจสวมหน้ากากอนามัย อ้างเป็นผู้กำกับ สภ.เมืองราชบุรี และส่งหมายศาลและข้อมูลคดีต่างๆ มาให้ดูทางไลน์ โดยในหมายที่คนร้ายส่งมาให้นั้นมีข้อมูลส่วนตัวของผู้เสียหาย เช่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน และชื่อนามสกุล ถูกต้อง ดูน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินในบัญชีของตนที่มีจำนวน 13,143 บาท ให้กับคนร้ายเพื่อตรวจสอบตามที่คนร้ายอ้าง โดยคนร้ายข่มขู่ให้โอนเงินไปเพิ่มอีก ผู้เสียหายแจ้งไปว่าโอนไปหมดบัญชีแล้ว คนร้ายอ้างว่าตรวจสอบแล้วรู้ว่ามารดาผู้เสียหายมีเงิน ให้โทรไปขอเงินมารดาเพื่อโอนให้คนร้าย ด้วยความกลัวผู้เสียหายจึงได้ขอเงินจากมารดา แล้วโอนไปให้คนร้ายอีก 3 ครั้ง 140,000 บาท, 330,000บาท และ 20,000 บาท รวมทั้งสิ้น 503,143 บาท โดยการโอนเงินไปแต่ละครั้งพบว่าบัญชีปลายทางที่รับโอนเป็นคนละบัญชีกัน ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้นตามที่ถูกข่มขู่ มั่นใจว่าถูกหลอก จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ดำเนินคดีกับคนร้ายกลุ่มนี้ พนักงานสอบสวนออกหมายจับผู้เปิดบัญชี จำนวน 3 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้จับกุมผู้เปิดบัญชีรับโอนเงินในคดีนี้ได้ 1 ราย คือนายคุณวุฒิฯ หนึ่งในผู้เปิดบัญชีม้า นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ดำเนินคดี และจะได้ติดตามตัวผู้กระทำผิดที่เหลือมาลงโทษต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายคุณวุฒิฯ ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนรับจ้างเปิดบัญชีม้าจริง ค่าจ้างเปิดบัญชี 3,000 บาท โดยมีเพื่อนติดต่อให้เปิดบัญชีม้าให้กับแก๊งพนันออนไลน์ ไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วเปิดให้กับแก๊งคอลเซนเตอร์ เนื่องจากต้องสแกนใบหน้าเวลาโอนเงิน เมื่อเปิดเบอร์แล้วจะมีทีมงานรับตัวข้ามไปฝั่งเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้าพักในอาคารหลังหนึ่ง ภายในพบแต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ของกลุ่มจีนเทาอยู่ทั้งอาคาร ตนพักได้ 3 วัน บัญชีม้าถูกอายัด มีผู้นำกลับมาส่งที่ฝั่งไทย ให้เงินมา 1,500บาท อ้างว่าหักเป็นค่าที่พักและค่าอาหาร ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่ามีหมายจับ เตือนภัย ฝากเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มีการให้ประชาชนโอนเงินไปให้ตรวจสอบเป็นอันขาด
