ในประเทศ

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. หารือ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ยกระดับมาตรการด้านคนเข้าเมือง ตรวจตราและสังเกตพฤติกรรมชาวต่างชาติ

พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. หารือ สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย  ยกระดับมาตรการด้านคนเข้าเมือง ตรวจตราและสังเกตพฤติกรรมชาวต่างชาติ  ป้องกันการลักลอบขนช่อดอกกัญชา ไปยังสหราชอาณาจักร 

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น.  พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร  เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เป็นผู้แทน ตร. ให้การต้อนรับและร่วมหารือข้อราชการกับ  นายเดวิด โธมัส (Mr.David Thomas) รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต  , นายแซม  บูลลิมอร์ (Mr.Sam Bullimore) รองผู้อำนวยการฝ่ายข่าวกรองด้านพรมแดน กระทรวงมหาดไทยแห่งสหราชอาณาจักร  และคณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย  โดยมี พล.ต.ต.พานทอง สุวรรณจูฑะ รอง ผบช.ฯ ปรก.สง.รอง ผบ.ตร.(กม) , พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ฯ ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม. , พ.ต.อ.พงศ์ธร  พงศ์รัชจนันทน์ รอง ผบก.ตม.2 และ พ.ต.อ.สุรพงษ์  ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปส.1 บช.ปส. พร้อมผู้เกี่ยวข้อง  ร่วมให้การต้อนรับและหารือ ณ ห้องพรหมนอก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วัตถุประสงค์ในการเข้าพบของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อแสดงความขอบคุณ ตร. ที่ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย และขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) ชาวอังกฤษที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนช่อดอกกัญชาจากประเทศไทยไปกลุ่มประเทศยุโรป อันเป็นการช่วยป้องกันอาชญากรรมไม่ให้มีการลักลอบขนช่อดอกกัญชาเข้าไปยังสหราชอาณาจักร   รวมทั้งได้หารือแนวทางการพัฒนาความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมายและบูรณาการนำฐานข้อมูลประวัติผู้กระทำผิดดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ด้านความมั่นคงเพิ่มเติมต่อไป  

ทั้งนี้ ในการหารือ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ได้ให้ข้อมูลกับ นายเดวิด โธมัส เพิ่มเติมว่า การดำเนินการในเรื่องนี้ สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.นิรันดรฯ  ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทน ตร. ร่วมประชุมคณะกรรมการเปรียบเทียบ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 (ซึ่งมีอธิบดีกรมศุลกากรเป็นประธาน) และได้พบข้อมูลว่า มีการกระทำผิดของกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งมีพฤติกรรมลักลอบขนทองคำ เงินตราไทย เงินตราต่างประเทศ เข้า-ออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย และที่สำคัญยังพบว่ามีชาวต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ ลักลอบนำช่อดอกกัญชาออกนอกประเทศ โดยมีปลายทางในยุโรป  ซึ่งคดีตามกฎหมายศุลกากร หากผู้ต้องหายินยอมชำระค่าปรับกับกรมศุลกากร คดีอาญาระงับโดยไม่ต้องสอบสวน  ที่ผ่านมาข้อมูลประวัติผู้กระทำผิดจึงเก็บไว้ที่กรมศุลกากรฝ่ายเดียว  โดยที่ ตร. และ สตม. จะไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ส่งผลให้ผู้ต้องหาบางรายย้อนกลับเข้ามาทำผิดในไทยอยู่ตลอด บางรายเข้าออกไทยเกินกว่า 50 ครั้ง

พล.ต.อ.นิรันดรฯ จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมศุลกากรในการปราบปรามการลักลอบหนีศุลกากรและเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่าง 2 หน่วยงาน  พร้อมส่งข้อมูลประวัติผู้กระทำผิดตามกฎหมายศุลกากร ให้ สตม. ดำเนินการขึ้นบัญชีชาวต่างชาติดังกล่าว เป็นบุคคลต้องห้ามเข้ามาในประเทศไทย (Blacklist) จำนวน 86 ราย  โดยในจำนวนนี้เป็นชาวอังกฤษที่กระทำผิดฐานพยายามลักลอบส่งออกช่อกัญชาโดยมีปลายทางที่ประเทศอังกฤษ จำนวน  35 ราย 

สำหรับมาตรการสกัดกั้น  ตร. และกรมศุลกากร ได้เพิ่มมาตรการในการตรวจตราการลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย  ซึ่งตั้งแต่เดือน ม.ค. - พ.ค. 69  ตร. สามารถดำเนินการสกัดกั้นผู้โดยสารที่ลักลอบนำกัญชาออกนอกราชอาณาจักร จำนวน 135 ราย  ในจำนวนนี้มีปลายทางที่สหราขอาณาจักรจำนวน 68 ราย และเป็นคนสัญชาติอังกฤษจำนวน 51 ราย   

ผลการดำเนินในเรื่องนี้ จึงเป็นการช่วยป้องกันอาชญากรรมด้านความมั่นคงในภาพรวม รวมทั้งสามารถป้องกันการลักลอบขนช่อดอกกัญชาโดยผิดกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่มีปลายทางอยู่ที่สหราชอาณาจักร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ