ตำรวจ ปอท.ขยายผลจับยกแก๊ง 4 คนไทยขายชาติ
แก๊งหลอกลงทุนเพจชาตรามือปลอม รับจ้างถอนเงินส่งให้บอสจีน ยึดทรัพย์กว่า 1 ล้านบาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ประดิษฐ์ เปการี, พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.ชิษณุพงศ์ ไหวดี ผกก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.สัญญา นิลนพคุณ, พ.ต.ท.เสริมศักดิ์ น้อยหัวหาด, พ.ต.ท.อิสรพงศ์ ทิพย์อาภากุล รอง ผกก.3 บก.ปอท.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ พุ่มพวง, พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จอมเล็ก,พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สุวรรณดี, พ.ต.ท.ประทีป จันทร์เพชรบุรี พ.ต.ท.หญิง ภาพิมล ชัยขันธ์ สว.กก.3 บก.ปอท., พ.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.,ร.ต.อ.หญิง ศรุตา ขันธรูจี รอง สว.กก.3 บก.ปอท.,ร.ต.ต.เอก ครองบุญ รอง สว.(ป) กก.3 บก.ปอท., ด.ต.ธีรศักดิ์ พรภักดี, ด.ต.ณัฐพงศ์ คงจันทร์, ส.ต.อ.วสันต์ จันเส ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอท., จ.ส.ต.วีรศักดิ์ บุญยก, ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ภรินทนันท์ ผบ.หมู่ ช่วยราชการฯ กก.3 บก.ปอท.
ร่วมกันจับกุม
1. นายไชยรินทร์ฯ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6062/2568 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2568
2. นางสาววารุณีฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 6063/2568 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2568
3. นางสาวสิริภัสสรฯ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6064/2568 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2568
4. นายพีรพงษ์ฯ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 6836/2568 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568
ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันเป็นอั้งยี่,โดยทุจริตหรือหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อัน
เป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”
สถานที่จับกุม
1. นายไชยรินทร์ฯ จับกุมที่ริมถนนภายในซอยลาดพร้าว 101/3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
2. นางสาววารุณีฯ จับกุมที่อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
3. นางสาวสิริภัสสรฯ จับกุมที่บ้านพัก ซอย 22 หมู่บ้านภัสสร 10 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
4. นายพีรพงษ์ฯ จับกุมที่ห้องพัก ซ.สุขุมวิท 62 แยก 1-2 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.3 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ามี เพจชาตรามือปลอม ยิงแอดโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ค ชักชวนให้ลงทุน ชื่อเพจ “Matcha Chatramue” เมื่อกดที่โฆษณา เพจดังกล่าวจะส่งลิงค์ให้เพิ่มเพื่อน Line Official ชื่อ ดาว อริณดา และดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้าเป็นสมาชิกกว่า 350 คน ก่อนจะส่งลิงค์ https://app.oiuqxzcco.cc/user ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลอกลงทุน
โดยเมื่อกดแคมเปญแรก ได้เงินเข้าบัญชี 348 บาท ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนเงินเพื่อลงทุน โดยคนร้ายจะมีข้ออ้างต่างๆ นาๆ ในการให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปลดล็อกบัญชีและถอนเงินจากเครดิตที่แสดงในแพลตฟอร์มปลอม จนผู้เสียหายโอนไปรวม 6 ครั้ง กว่า 1 ล้านบาท และไม่สามารถถอนเงินได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและได้เข้าแจ้งความ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการนำเงินออกจากบัญชีม้าทันที ทั้งการถอนเงินสดที่สาขาธนาคาร และ กด ATM ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพิสูจน์ทราบตัวคนร้ายและขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาต่อศาล และได้จับกุมตัวนายมงคลฯ ซึ่งรับว่าเป็นผู้ที่กดเงินสดจากบัญชีม้าจริง
โดยได้สืบสวนขยายผล จนสามารถออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการในระดับสั่งการและหัวหน้าขบวนการได้อีก 4 ราย ได้แก่
1. นายไชยรินทร์ฯ หรือน็อบ ทำหน้าที่กดเงิน และนำเงินที่กดได้ไปส่งต่อให้กับนายพีรพงษ์ฯ หัวหน้าขบวนการ
2. นางสาววารุณีฯ หรือแว ซึ่งเป็นแฟนกับนายไชยรินทร์ฯ ทำหน้าที่สั่งการในการถอนเงิน
3. นางสาวสิริภัสสรฯ หรือแจ๊ส ทำหน้าที่ จัดหาบัญชีม้าและถอนเงินนำเงินไปส่งให้พีรพงษ์ฯ
4. นายพีรพงษ์ฯ หรือพี หัวหน้าขบวนการชาวไทย ทำหน้าที่รวบรวมเงินส่งต่อให้กับบอสชาวจีน ชื่อ อามู โดยจะได้รับส่วนแบ่ง 3% ของเงินที่ถอนได้ในแต่ละวัน โดยได้ตรวจยึดทรัพย์สิน ได้กว่า 1 ล้านบาท ได้แก่ รถยนต์ เล็กซัส จำนวน 1 คัน ,รถยนต์ ออดี้ จำนวน 1 คัน, จำนวนโทรศัพท์มือถือ, แหวนเพชร, สมุดบัญชีธนาคาร และเครื่องรูดบัตร EDC จำนวน 2 เครื่อง
จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
นายไชยรินทร์ฯ รับว่า เป็นผู้ตระเวนกด ATM และเงินที่ตระเวนกดเงินนั้นเป็นเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง ได้รับค่าจ้างการถอนเงินวันละ 1,000 – 1,500 บาท
นางสาววารุณีฯ รับว่าเป็นผู้สั่งการให้ถอนเงินสด ได้รับค่าจ้างการถอนเงินวันละ 1,000 – 2,000 บาท
นางสาวสิริภัสสรฯ รับว่าเป็นผู้ถอนเงินสด ได้รับค่าจ้างจากนายพีรพงษ์ฯ วันละ 1,000 – 2,000 บาท
นายพีรพงษ์ฯ รับว่าได้รับจ้างจากบอสจีนชื่อ อามู ให้หาบัญชีม้าและคนกดเงิน โดยนายพีรพงษ์ฯ จะได้รับส่วนแบ่ง 3% ของเงินที่ถอนได้ โดยอามูจะนำเงินสดที่ได้ไปแลกเป็น USDT กับชาวจีนในพื้นที่ กทม. ต่อไป
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัย ไม่ควรหลงชื่อเพจที่มีการชักชวนให้ทำภารกิจต่าง ๆ เพื่อรับผลตอบแทนซึ่งเป็นขบวนการเดียวกับมิจฉาชีพ และพบว่ามีการใช้บัญชีม้านิติบุคคล เพื่อรับโอนเงินจากผู้เสียหายเพื่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ
ทั้งนี้การกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับ โอน ถือครอง หรือแปลงสภาพทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดถือเป็นความผิดฐานฟอกเงิน มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้กระทำผิดจะต้องรับผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งตามกฎหมาย









